Twenty Five Twenty One เรื่องราวของยุคสมัย ที่พรากความฝันของวัยรุ่น 90

Twenty Five Twenty One

เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่กระแสตอบรับและเรตติ้งดีมาก ๆ ในประเทศเกาหลี และขึ้นแซงมาเป็นอันดับ 1 ใน Netflix ได้ สำหรับซีรีส์ Twenty Five Twenty One ที่พึ่งลาจอไป เป็นซีรีส์ที่ครบรสมาก ๆ ทั้งสนุกสนาน ตลก เศร้า และอิ่มเอมไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครที่เติบโตขึ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป (เนื้อหามีสปอยด์นะคะ สามารถหลีกได้)

เรื่องราวของวิกฤต IMF ที่ Twenty Five Twenty One อยากบอกเล่า

ซีรีส์ Twenty Five Twenty One เปิดเรื่องมาด้วยยุคสมัยปัจจุบัน ที่กำลังมีโควิดระบาด และน้องคิมมินแช (รับบทโดย ชเวเมียงบิน) พักจากการแข่งขันบัลเล่ต์ และกลับไปที่บ้านของยาย และบังเอิญไปเจอไดอารี่ของแม่ตัวเอง เลยแอบอ่าน และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

นาฮีโด (รับบทโดย คิมแทรี) นักกีฬาฟันดาบของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่โดนผลกระทบจากวิกฤต IMF จนต้องยุบชมรมฟันดาบ แต่เธอยังมีความฝันที่จะเป็นนักกีฬาฟันดาบที่เก่ง ได้เหรียญทองเหมือนกับ โกยูริม (รับบทโดย โบนา WJSN) และได้เป็นคู่แข่งของยูริม ฮีโดเลยทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ย้ายโรงเรียนมาโรงเรียนเดียวกับยูริมและทำให้เธอยังได้ฟันดาบต่อไป

ตัดภาพมาที่ แพคอีจิน (รับบทโดย นัมจูฮยอก) หนุ่มนักศึกษาอนาคตไกล ลูกเศรษฐีเจ้าของบริษัทที่ล้มละลายจากวิกฤต IMF เช่นกัน ต้องออกจากโรงเรียน ครอบครัวต้องหลบหนีกันไปคนละทาง และเขาต้องต่อสู้หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ทั้งสองบังเอิญได้มาเจอกัน ได้สนิทกัน และให้กำลังใจกันและกันให้ผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเจอไปให้ได้ นอกจากนี้แพคอีจิน ยังพักอยู่ในบ้านเช่าของ จีซึงวาน (รับบทโดย ลีจูเมียง) ซึ่งเป็นเพื่อนกับนาฮีโด และเป็นเพื่อนสนิทกับมุนจีอุง (รับบทโดย ชเวฮยอนอุก) เจ้าน่ารักห้อง 7 ที่แอบรักโกยูริมอยู่อีกด้วย และจริง ๆ แพคอีจินกับโกยูริมก็รู้จักและสนิทกันมาตั้งแต่เด็กด้วย (ง่าย ๆ คือเหมือนทุกคนมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวดองกันไปจนทุกคนต้องมารู้จักกัน 55555)

Twenty Five Twenty One

ความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กัน เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของคน 2 คน อุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้น ก็ดีขึ้นด้วยการเติบเต็มของคนทั้ง 2 คน จนวันหนึ่งที่นาฮีโด ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ และแพคอีจิน ได้เริ่มเป็นนักข่าวภาคสนาม และได้ไปเป็นนักข่าวสายกีฬา ครั้งแรกที่นาฮีโดได้เข้าไปยังรอบชิงแข่งกับโกยูริม และเอาชนะมาได้ แต่ผลคะแนนกลับค้านสายตาคนทั้งประเทศที่รักและเอ็นดูยูริม ทำให้ฮีโดโดนคนทั้งประเทศกดดันและว่าทอต่าง ๆ นา ๆ ว่าเธอใช้เส้น แถมในวันที่เธอได้เหรียญทองระดับโลกครั้งแรก คนที่รายงานข่าวที่ว่าเธอใช้เส้น กลับเป็นแม่แท้ ๆ ที่เธอน้อยใจมาตลอด แพคอีจิน จึงใช้ความเป็นนักข่าวของเขา ตามไปสัมภาษณ์กรรมการที่ตัดสินในวันนั้น ผลออกมาคือ เธอชนะด้วยความสามารถของเธอจริง จึงทำให้คนทั้งประเทศเริ่มยอมรับในความสามารถเธอ

Twenty Five Twenty One

ความรักที่เติมเต็มให้กัน เป็นกำลังใจให้ถึงฝันเร็วขึ้น

ฮีโดเริ่มรู้สึกดีและมั่นใจมากขึ้น ว่าตัวเองนั้นหลงรักแพคอีจินเข้าให้แล้ว และแพคอีจินก็เริ่มมั่นใจแล้วเช่นกันว่าตัวเองเริ่มรักฮีโด ทั้ง 2 คนจึงตกลงเริ่มคบกัน ซีรีส์ไม่เพียงเล่าถึงแค่ความฝันของวัยรุ่นทั้ง 2 คน แต่ยังเล่าถึงความรักระหว่างเพื่อน ที่เป็นเพื่อนรักกันมาก ๆ จาก จีซึงวานและมุนจีอุง เล่าว่าสุดท้ายแล้วฮีโดกับยูริมนั้น ปรับความเข้าใจและกลายเป็นเพื่อนซี้อย่างไร และสุดท้าย ฮีโดกับแม่จะคืนดีกันได้ไหม ซึ่งความรักที่เติมเต็มให้กันระหว่างตัวละคร และทุกความสัมพันธ์ล้วนเป็นแรงผลักดันที่ให้ตัวละคร เติบโตและถึงฝั่งฝันได้เร็วขึ้น ฮีโดเริ่มเป็นนักกีฬาทีมชาติที่ได้เหรียญทองมากขึ้น แข่งขันอะไรก็ชนะ แพคอีจินเริ่มตามความฝันในการเป็นนักข่าว และมีประโยคที่รุ่นพี่นักข่าวหลายคนพูดกับเขาบ่อย ๆ ว่า “อย่าให้ความรู้สึกกับการทำข่าว และอย่าสนิทกับคนในข่าวให้มากเกินไป”

Twenty Five Twenty One

Twenty Five Twenty One

จุดหักดิบของการทำสายข่าวกีฬาเกิดขึ้นกับแพคอีจินอีกครั้ง เมื่อโกยูริม ตัดสินใจเปลี่ยนสัญชาติ และย้ายไปอยู่รัสเซีย ความเป็นนักข่าวของอีจิน เลยต้องนำเสนอข่าวความจริงและไวที่สุด ซึ่งการนำเสนอข่าวในครั้งนั้น กลับเป็นการทำให้คนในประเทศมองยูริมเป็นคนขายชาติ อีจินรู้สึกผิดกับการทำข่าวครั้งนี้มาก เลยเป็นจุดที่ทำให้อีจินตัดสินใจเปลี่ยนสายไปทำข่าวสังคม เพื่อที่ในอนาคต เขาจะได้ไม่ต้องทำข่าวทำร้ายฮีโด

 

เมื่อเริ่มเข้าใกล้ความฝัน ความรักยิ่งเลือนลาง

ความรักของทั้งฮีโดและอีจินเติบโตไปพร้อมความฝันของทั้ง 2 คน ฮีโดเริ่มเป็นตัวแทนหลักของประเทศ อีจินก็งานหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่ค่อยมีเวลามาเจอกัน ผิดนัดบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่เจอกันมักมีแต่คำว่าขอโทษ จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อีจิน เดินทางไปทำข่าวที่อเมริกา ความห่างเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ทั้ง 2 คนก็พยายามประครองความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด

 

ในเรื่องนี้นอกจากเราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัวแล้ว เรายังได้เห็นการเติบโตที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงความรู้สึกอินไปกับซีรีส์ที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน พร้อมทั้งยังได้เห็นยุคสมัยที่เริ่มเปลี่ยนไปของช่วงปีนั้นของประเทศเกาหลี ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีทีเดียว ในซีรีส์จะไม่ได้มีแค่เรื่องราวของฮีโดกับอีจินเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวของเพื่อนคนอื่น ๆ และครอบครัวของทั้ง 2 อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ระหว่างอีจินและฮีโดจะเป็นอย่างไร ลองไปดูกันที่ Netflix นะคะ มีทั้งหมด 16 ตอน ดูเพลิน ๆ ยาว ๆ ในวันหยุดได้เลยค่ะ

 

ติดตาม บันทึกของ Jaojeud ได้ที่

FB : www.facebook.com/banteukkongjaojeud

IG : www.instagram.com/banteukkongjaojeud

Website : www.jaojeud.com

Recommended Posts