ไต้หวัน เป็นอีกหนึ่งปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย เพราะบินไม่นาน เที่ยวง่าย และมีครบทั้งอาหาร คาเฟ่ และธรรมชาติ แต่ก่อนกดจองตั๋ว หลายคนมักลังเลว่า นั่งเครื่องบินไปไต้หวันกับสายการบิน Low Cost หรือ Full Service แบบไหนคุ้มกว่ากัน บทความนี้ บันทึกของเจ้าจืด จะพาไปเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ทั้งเรื่องราคา ความสบาย และความคุ้ค่า เพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้นก่อนออกเดินทาง
Table of Contents
ทำความรู้จักสายการบิน Low Cost และ Full Service ต่างกันยังไง?
ก่อนตัดสินใจเลือกสายการบิน เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้ง 2 แบบก่อน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Low Cost คืออะไร
สายการบิน Low Cost คือสายการบินที่เน้นราคาประหยัด โดยผู้โดยสารจะจ่ายเฉพาะบริการที่จำเป็นจริงๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ส่วนบริการเสริมอย่างโหลดกระเป๋า เลือกที่นั่ง หรืออาหารบนเครื่องบิน จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม เหมาะกับคนที่เดินทางระยะสั้น แบกกระเป๋าไม่เยอะ หรืออยากคุมงบให้คุ้มที่สุด
ตัวอย่างสายการบิน Low Cost (สายประหยัด)
สายการบินกลุ่มนี้จะเน้นราคาตั๋วเริ่มต้นไม่สูง และให้ผู้โดยสารเลือกจ่ายเฉพาะบริการที่ต้องการ เหมาะกับคนที่อยากควบคุมงบเอง
- Thai AirAsia – มีไฟลต์ไปไต้หวันบ่อย และมักมีโปรโมชั่นราคาดี
- Thai Vietjet Air – เน้นราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับทริปสั้น
- Scoot – สายการบินลูกของ Singapore Airlines ที่เน้นแนว Low Cost
- Tigerair Taiwan – สายการบินโลว์คอสต์ของไต้หวันที่โฟกัสเส้นทางเอเชีย
จุดเด่นของกลุ่มนี้คือราคาตั๋วเริ่มต้นดูน่าสนใจ แต่ควรเช็กค่ากระเป๋า โหลดสัมภาระ และบริการเสริมก่อนจองทุกครั้ง
Full Service คืออะไร
สายการบิน Full Service จะรวมบริการพื้นฐานไว้หมดแล้วในราคาตั๋ว ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักโหลดกระเป๋า อาหารบนเครื่อง หรือความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง ทำให้ประสบการณ์โดยรวมค่อนข้างสบายและไม่ต้องวางแผนจ่ายจุกจิกเพิ่ม เหมาะกับคนที่อยากเดินทางชิลๆ เน้นความสะดวกตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนถึงปลายทาง
ตัวอย่างสายการบิน Full Service (บริการครบ)
สายการบินกลุ่ม Full Service จะรวมบริการพื้นฐานมาให้แล้ว ทำให้เดินทางสบายกว่าและเหมาะกับคนที่ไม่อยากจ่ายเพิ่มทีละส่วน
- EVA Air – สายการบินยอดนิยมเส้นทางไทย–ไต้หวัน บริการครบ
- China Airlines – สายการบินหลักของไต้หวัน มีไฟลต์ตรงหลายช่วงเวลา
- STARLUX Airlines – สายการบินใหม่ที่เน้นประสบการณ์พรีเมียมและไฟลต์ตรงกรุงเทพ–ไทเป
- Thai Airways – สายการบินฟูลเซอร์วิสที่หลายคนคุ้นเคย และมีเส้นทางบินไปไทเป
กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่อยากเดินทางแบบสบาย มีอาหารบนเครื่อง โหลดกระเป๋าได้ และไม่ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายยิบย่อย
เปรียบเทียบนั่งเครื่องบินไปไต้หวัน Low Cost vs Full Service แบบตาราง
| หัวข้อ | Low Cost | Full Service |
| ราคาเริ่มต้น | ราคาถูกกว่า เหมาะกับสายประหยัด | ราคาสูงกว่า แต่รวมบริการพื้นฐาน |
| โหลดกระเป๋า | ส่วนใหญ่ต้องซื้อเพิ่ม | รวมในราคาตั๋วแล้ว |
| อาหารบนเครื่อง | ไม่มีหรือซื้อเพิ่ม | มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม |
| ระยะห่างที่นั่ง | ค่อนข้างจำกัด | นั่งสบายกว่า มีพื้นที่มากกว่า |
| ความยืดหยุ่นตั๋ว | เปลี่ยนหรือยกเลิกยาก ค่าธรรมเนียมสูง | ยืดหยุ่นกว่า เงื่อนไขดีกว่า |
| ความคุ้มค่าโดยรวม | คุ้มถ้าเดินทางสั้นและสัมภาระน้อย | คุ้มสำหรับคนเน้นความสบายและบริการครบ |
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจริง เที่ยวไต้หวันแบบไหนถูกกว่ากัน?

เวลาเราเห็นราคาตั๋วครั้งแรก หลายคนคงรู้สึกว่า Low Cost ราคาถูกกว่ามาก แต่พอรวมค่าใช้จ่ายระหว่างทางจริงๆ แล้ว บางทริป Full Service อาจคุ้มกว่าเหมือนกัน ลองมาดูแต่ละส่วนกันว่าเปรียบเทียบแล้วเป็นยังไงบ้าง
ราคาตั๋วเครื่องบิน
โดยทั่วไปสายการบิน Low Cost ราคาเริ่มต้นจะถูกกว่า เพราะไม่มีบริการเสริมเพิ่มเข้ามา หากต้องการก็ต้องซื้อเพิ่ม แต่ที่หลายคนจะเจอคือ เช็กราคาแม้ Low Cost จะถูกกว่า แต่ถ้าเพิ่มบริการอื่นๆ แล้ว ราคาก็ใกล้เคียงกับ Full Service เลย
ค่ากระเป๋าโหลด
นี่แหละจุดที่ทำให้คนงบบานปลายแบบไม่รู้ตัว เพราะสายการบิน Low Cost ส่วนใหญ่จะไม่รวมโหลดกระเป๋า ต้องซื้อเพิ่มตามน้ำหนัก ในขณะที่สายการบิน Full Service มักรวมไว้แล้ว เช่น ชั้น Economy ของหลายสายการบิน จะได้สิทธิ์โหลดกระเป๋าประมาณ 23 กก. ต่อใบ ถ้าคุณเป็นสายช้อปปิ้งหรืออยากซื้อของกลับไทยเยอะๆ ต้องพิจารณาเรื่องค่ากระเป๋าโหลดอย่างดี
ค่าเลือกที่นั่ง
สายการบิน Low Cost ถ้าอยากเลือกที่นั่งได้เอง ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ในขณะที่สายการบินแบบ Full Service สามารถเลือกที่นั่งได้ฟรีบางโซนหรือรวมมาในราคาตั๋วแล้ว
ค่าอาหารบนเครื่อง
เนื่องจากเส้นทางจากไทยไปไต้หวัน ใช้เวลาบินเกือบ 4 ชั่วโมง หลายคนอาจหิวได้ สายการบิน Full Service จะรวมอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมให้บริการบนเครื่องไปแล้ว แต่สายการบิน Low Cost ต้องซื้อเพิ่ม
ข้อดี–ข้อเสียของสายการบิน Low Cost ไปไต้หวัน
ข้อดี
- ราคาถูก เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบค่าเดินทาง
- มีโปรโมชันบ่อย ถ้าจองช่วงโปรดีๆ อาจได้ราคาที่คุ้มกว่า
- เหมาะกับทริปสั้นๆ เช่น เที่ยว 3-4 วัน หรือเดินทางแบบแบ็กแพ็ก
ข้อเสีย
- มีค่าใช้จ่ายจุกจิกหลายอย่าง เช่น ค่ากระเป๋าโหลด, เลือกที่นั่ง เป็นต้น
- พื้นที่นั่งค่อนข้างจำกัด อาจไม่สบายมากถ้าบินช่วงไฟลต์เต็ม
- มีโอกาสเลท เพราะบางสายการบินใช้เครื่องบินหมุนรอบหลายไฟลต์ต่อวัน ทำให้เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้
ข้อดี–ข้อเสียของสายการบิน Full Service ไปไต้หวัน
ข้อดี
- บริการครบ ทั้งกระเป๋าโหลด อาหารบนเครื่อง และสิทธิพื้นฐานต่างๆ มักรวมมาในค่าตั๋วหมดแล้ว
- นั่งสบายกว่า พื้นที่นั่งและบรรยากาศบนเครื่องโดยรวมมักดีกว่า
- เหมาะกับมือใหม่ ไม่ต้องวางแผนรายละเอียดเยอะ จองครั้งเดียวพร้อมเดินทางได้เลย
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับ Low Cost โดยเฉพาะช่วงที่ไม่มีโปรโมชัน
- ราคามักนิ่งกว่า จึงต้องวางแผนจองล่วงหน้าถึงจะได้ราคาดี
แล้วแบบไหน “คุ้มกว่า” สำหรับการบินไปไต้หวัน?

จริงๆ แล้วไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า เพราะความคุ้มขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของแต่ละคน ลองดูตัวอย่างตามนี้ อาจช่วยให้คัดสินใจได้ง่ายขึ้น
- เที่ยวสั้นๆ 3-4 วัน
ถ้าทริปสั้น เดินทางเบาๆ ไม่ต้องโหลดกระเป๋าเยอะ สายการบิน Low Cost มักตอบโจทย์เรื่องความคุ้มได้ดี - มือใหม่ไปครั้งแรก
เหมาะกับคนที่อยากเดินทางแบบสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องบริการเสริม เพราะทุกอย่างรวมมาให้ค่อนข้างครบ - เน้นประหยัด
ถ้าคุมงบเป็นหลัก และจัดการค่าใช้จ่ายได้เอง Low Cost มักช่วยเซฟเงินได้มากกว่า - เดินทางกับครอบครัว
Full Service ย่อมดีกว่า เพราะมีบริการครบ ทั้งอาหาร ที่นั่งสบายและกระเป๋าโหลด ช่วยให้เดินทางง่ายและเหนื่อยน้อยลง
ทริคจองตั๋วเครื่องบินไปไต้หวันให้คุ้มที่สุด
ไม่ว่าจะเลือกนั่งเครื่องบินไปไต้หวันแบบไหน ถ้าจองให้ถูกจังหวะก็ช่วยประหยัดงบได้เยอะเหมือนกัน ลองใช้ทริคง่ายๆ เหล่านี้ก่อนกดจองตั๋ว
จองล่วงหน้า 2-3 เดือน
ช่วงเวลานี้มักเป็นช่วงที่ราคาตั๋วกำลังดี ไม่แพงเกินไปและมีตัวเลือกไฟลต์ให้เลือกเยอะ โดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตอย่างไต้หวัน ยิ่งวางแผนเร็ว ยิ่งมีโอกาสได้ราคาที่คุ้มกว่า
เลือกบินวันธรรมดา
ไฟลต์วันอังคาร-พฤหัสบดี มักมีราคาที่ดีกว่าช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ เพราะเป็นวันที่คนเดินทางน้อยกว่า ถ้าปรับวันได้เล็กน้อย อาจช่วยประหยัดได้มากเลย
เช็กน้ำหนักกระเป๋าก่อนซื้อ
หลายคนเจอปัญหาตั๋วถูกแต่ต้องจ่ายเพิ่มตอนหลัง โดยเฉพาะสายการบิน Low Cost ลองประเมินก่อนว่าต้องโหลดกระเป๋าไหมหรือมีแพลนช้อปเยอะหรือเปล่า จะได้เลือกแพ็กเกจที่คุ้มตั้งแต่แรก
สรุป: เลือกสายการบินแบบไหนให้เหมาะกับทริปไต้หวันของคุณ
การเลือกนั่งเครื่องบินไปไต้หวันแบบ Low Cost หรือ Full Service ขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางและงบประมาณของแต่ละคน หากเน้นประหยัด เดินทางสั้น และจัดการค่าใช้จ่ายได้เอง Low Cost ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้าอยากเดินทางสบาย บริการครบ และไม่ต้องกังวลว่าจะจ่ายเพิ่มเยอะระหว่างเดินทาง Full Servie ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า สุดท้ายแล้ว ลองดูว่าทริปนี้คุณอยากเที่ยวแบบไหน แล้วเลือกสายการบินที่เหมาะกับตัวเองที่สุดแค่นั้นพอ
1 Day Trip เที่ยวไต้หวัน เมือง Keelung ต่อ Jiufen Old Street แบบเก็บเกือบครบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวการนั่งเครื่องบินไปไต้หวัน
-
ไปไต้หวันเลือก Low Cost หรือ Full Service ดีกว่า?
ถ้าเน้นประหยัด เดินทางสั้น ไม่โหลดกระเป๋า สายการบิน Low Cost อาจคุ้มค่า แต่ถ้าอยากสบาย บริการครบ และเดินทางแบบไม่ต้องคิดเยอะ Full Service จะตอบโจทย์กว่า
-
สายการบิน Low Cost ไปไต้หวันต้องซื้ออะไรเพิ่มบ้าง?
โดยทั่วไปมักต้องซื้อโหลดกระเป๋า เลือกที่นั่ง อาหารบนเครื่องเพิ่ม และบางครั้งรวมถึงสิทธิ์เปลี่ยนไฟลต์หรือประกันเดินทาง ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก
-
บินไปไต้หวันใช้เวลากี่ชั่วโมง?
ไฟลต์ตรงจากกรุงเทพฯ ไปไทเป ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสายการบินและสภาพอากาศในวันเดินทาง
-
ถ้าไปไต้หวันครั้งแรกควรเลือกสายการบินแบบไหนดี?
ถ้าไปครั้งแรกและอยากเดินทางสบาย แนะนำเลือก Full Service เพราะมีบริการพื้นฐานครบและวางแผนได้ง่ายกว่า
-
Full Service คุ้มกว่าจริงไหม?
คุ้มหรือไม่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง ถ้าต้องโหลดกระเป๋า อยากเลือกที่นั่ง และต้องการอาหารบนเครื่อง Full Service อาจคุ้มกว่าในภาพรวม แต่ถ้าเดินทางเบาๆ Low Cost ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่า











