ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวต่างประเทศ ทริปทำงาน หรือการเดินทางภายในประเทศ ล้วนมีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิดได้เสมอ เช่น อุบัติเหตุ เจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโอยไม่ทันตั้งตัว หลายคนจึงสงสัยว่าประกันเดินทางจำเป็นแค่ไหน และควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มค่ากับค่าเบี้ยที่จ่าย บทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจความสำคัญของประกันเดินทาง พร้อมแนะนำวิธีเลือกแผนประกันให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทาง งบประมาณ และความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ เพื่อให้ทุกทริปอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
บทความอธิบายว่าประกันเดินทางมีความสำคัญอย่างไร ทั้งสำหรับการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ พร้อมยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าสูญหาย รวมถึงแนะนำวิธีเลือกแผนประกันให้เหมาะกับลักษณะการเดินทาง งบประมาณ และประเทศปลายทาง พร้อม Checklist ก่อนซื้อประกัน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ประกันเดินทางคืออะไร? ทำไมหลายคนถึงเลือกซื้อก่อนเดินทาง

ที่มาของภาพ: Freepik
ประกันเดินทาง คือ ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุที่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า หรือสัมภาระสูญหาย แม้เบี้ยประกันจะเริ่มต้นเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่สามารถช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท ดดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลมีราคาสูง
นอกจากนี้ หลายประเทศยังกำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีประกันเดินทางเป็นหนึ่งในเอกสารประกอบการขอวีซ่า เช่น กลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) จึงทำให้ประกันเดินทางไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเดินทางหลายคน
ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรบ้าง
ความคุ้มครองของประกันเดินทางจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทและแผนประกัน แต่โดยทั่วไปจะครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญ ดังนี้
| ความคุ้มครอง | รายละเอียด |
| ค่ารักษาพยาบาล | คุ้มครองค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุระหว่างเดินทาง ทั้งค่ารักษา ค่ายา และค่าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล |
| อุบัติเหตุ | ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ |
| การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน | ครอบคลุมค่ารถพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หรือการส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์ |
| เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก | ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเที่ยวบินล่าช้า การยกเลิกเที่ยวบิน หรือพลาดเที่ยวบินต่อ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ |
| กระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหาย | ชดเชยกรณีสัมภาระสูญหาย ล่าช้า ถูกขโมย หรือได้รับความเสียหายระหว่างการเดินทาง |
| ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก | คุ้มครองค่าเสียหายหากผู้เอาประกันทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจ |
นอกจากความคุ้มครองพื้นฐานแล้ว บางแผนยังมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น การยกเลิกการเดินทาง การเลื่อนทริป การสูญหายของเอกสารสำคัญ หรือกิจกรรมผจญภัย ซึ่งควรตรววจสอบรายละเอียดก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
ประกันเดินทางในประเทศและต่างประเทศต่างกันอย่างไร
แม้ทั้งสองประเภทจะช่วยคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างการเดินทางเหมือนกัน แต่รายละเอียดและวงเงินความคุ้มครองมีความแตกต่างกัน ดังนี้
| เปรียบเทียบ | ประกันเดินทางในประเทศ | ประกันเดินทางต่างประเทศ |
| พื้นที่คุ้มครอง | ภายในประเทศไทย | ต่างประเทศตามประเทศหรือภูมิภาคที่ระบุ |
| วงเงินค่ารักษาพยาบาล | โดยทั่วไปไม่สูงมาก | สูงกว่า เพื่อรองรับค่ารักษาในต่างประเทศ |
| เที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระ | มีในบางแผน | มักครอบคลุมเกือบทุกแผน |
| การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน | มีตามเงื่อนไข | ครอบคลุมการส่งกลับประเทศและการลำเลียงทางการแพทย์ |
| การใช้ยื่นวีซ่า | ไม่จำเป็น | บางประเทศกำหนดให้ต้องมี เช่น กลุ่มเชงเก้น |
หากเดินทางภายในประเทศ การเลือกแผนที่เน้นความคุ้มครองอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาลอาจเพียงพอ แต่าสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ ควรเลือกแผนที่มีวงเงินค่ารักษาสูง ครอบคลุมเที่ยวบิน สัมภาระ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง
ประกันเดินทางจำเป็นแค่ไหน? รวมสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทริป
หลายคนมองว่าถ้าเที่ยวเซฟ ๆ ประกันเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะคิดว่าโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิดมีน้อย แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ ก็อาจพบเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายได้ หากไม่มีประกันเดินทาง คุณอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งบางกรณีอาจมีมูลค่าสูงกว่าค่าเบี้ยประกันหลายสิบหรือหลายร้อยเท่า
ด้านล่างคือสถานการณ์ที่นักเดินทางพบได้บ่อย และเหตุผลว่าทำไมประกันเดินทางจึงมีความสำคัญ

หากเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยในต่างประเทศ
อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปต่างประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลอาจสูงกว่าประเทศไทยหลายเท่า เช่น การเข้าห้องฉุกเฉิน การนอนโรงพยาบาล หรือการผ่าตัด ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท ประกันเดินทางจะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายเหล่านี้ รวมถึงบริการช่วยเหลือแุกเฉิน การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และการส่งตัวกลับประเทศไทยหากมีความจำเป็น ทำให้ไม่ต้องกัวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ระหว่างการเดินทาง
เที่ยวบินดีเลย์ ยกเลิก หรือพลาดไฟลต์
เที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศ การจราจรทางอากาศ หรือปัญหาด้านเทคนิค ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียค่าอาหาร ค่าโรงแรม หรือค่าตั๋วเดินทางใหม่เพิ่มเติม ประกันเดินทางหลายแผนมีความคุ้มครองสำหรับกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก รวมถึงบางแผนยังคุ้มครองกรณีพลาดเที่ยวบินต่อตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
กระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือสูญหาย
หนึ่งในปัญหาที่นักเดินทางพบได้บ่อยคือกระเป๋าเดินทางมาถึงล่าช้า สูญหาย หรือได้รับความเสียหายระหว่างขนส่ง ซึ่งอาจทำให้ต้องซื้อเสื้อผ้า ของใช้จำเป็น หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ใหม่ หากประกันเดินทาง บริษัทประกันจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือค่าสินไหมตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ ช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้เดินทางต่อได้อย่างสะดวกมากขึ้น
ทำเอกสารหรือพาสปอร์ตหาย
การทำพาสปอร์ตหรือเอกสารสำคัญสูญหายระหว่างอยู่ต่างประเทศ อาจทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการแจ้งความ ติดต่อสถานทูตและขอเอกสารเดินทางชั่วคราว ประกันเดินทางบางแผนให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารใหม่ รวมถึงมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย
ใครบ้างที่ควรซื้อประกันเดินทาง

ที่มาของภาพ: Freepik
หลายคนอาจมองว่าประกันเดินทางเหมาะกับคนที่เดินทางต่างประเทศเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว รูปแบบการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกทำประกันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทริปพักผ่อน ทริปทำงาน หรือการเดินทางที่มีกิจกรรมเสี่ยง ล้วนมีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ทั้งสิ้น การเลือกแฟนประกันที่ตรงกับลักษณะการเดินทางจึงช่วยให้ได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม และไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ด้วยตัวเอง
นักท่องเที่ยวต่างประเทศ
การเดินทางไปต่างประเทศมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย ยิ่งเป็นประเทศที่มีค่ารักษาพยาบาลสูง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจสูงถึงหลักแสนบาทได้ในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ หลายประเทศยังระบุให้ผู้เดินทางต้องมีประกันเดินทางเพื่อใช้ประกอบการขอวีซ่า เช่น กลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) ดังนั้นการซื้อประกันเดินทางจึงเป็นทั้งการเตรียมความพร้อมและช่วยเพิ่มความอุ่นใจตลอดทริป
ผู้ที่เดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุ
การเดินทางพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมักต้องวางแผนมากกว่าปกติ เพราะทั้งสองกลุ่มมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉินได้ง่ายกว่าคนวัยทำงาน การมีประกันเดินทางช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าลำเลียงผู้ป่วยหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีจำเป็น
อีกหนึ่งข้อดีคือ หลายบริษัทมีแผนประกันสำหรับครอบครัว ที่ให้ความคุ้มครองสมาชิกหลายคนภายใต้กรมธรรม์เดียว ช่วยประหยัดค่าเบี้ยและจัดการเอกสารได้สะดวกยิ่งขึ้น
ผู้ที่เดินทางเพื่อทำงานหรือเรียน
คนที่ต้องการเดินทางเพื่อประชุม ดูงาน อบรม หรือศึกษาต่อ มักใช้เวลาอยู่ต่างประเทศนานกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้มีโอกาสพบปัญหา เช่น อาการเจ็บป่วย เอกสารสำคัญสูญหาย หรือเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
การเลือกประกันเดินทางที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลเพียงพอ พร้อมบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยให้จัดการสถานการณ์แุกเฉินได้รวดเร็ว และลดผลกระทบต่อแผนการทำงานหรือการเรียน
ผู้ที่เดินทางทำกิจกรรม Adventure
สายเที่ยวที่ชอบกิจกรรมผจญภัย เช่น ดำน้ำ ปีนเขา เล่นสกี เซิร์ฟ หรือกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมอื่น ๆ ควรตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์เป็นพิเศษ เพราะประกันเดินทางทั่วไปบางแผนอาจไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเลือกแผนที่ระบุชัดเจนว่าคุ้มครองกิจกรรม Adventure หรือ Adventure Sports เพื่อให้มั่นใจว่า หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำกิจกรรม จะได้รับความคุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าเคลื่อนย้ายฉุกเฉินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาในภายหลัง
วิธีเลือกประกันเดินทางให้คุ้มและเหมาะกับทริป

ที่มาของภาพ: Freepik
ประกันเดินทางแต่ละแผนให้ความคุ้มครองไม่เหมือนกัน การเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาทั้งประเทศปลายทาง ระยะเวลาเดินทาง กิจรกรมที่ทำ และวงเงินคุ้มครอง เพื่อให้ได้แผนที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับค่าเบี้ยที่จ่าย
เลือกวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้เหมาะกับประเทศปลายทาง
ค่ารักษาพยาบาลในแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือหลายประเทศในยุโรปมีค่ารักษาที่ค่อนข้างสูง หากวงเงินประกันไม่เพียงพอ ผู้เดินทางอาจต้องรับผิดชอบส่วนต่างเอง แนวทางเลือกวงเงินเบื้องต้น ได้แก่
- เที่ยวในเอเชีย ควรมีวงเงินค่ารักษาอย่างน้อย 1-2 ล้านบาท
- เที่ยวยุโรป ออสเตรเลีย หรืออเมริกา ควรเลือกแผนที่มีวงเงิน 3–5 ล้านบาท หรือมากกว่า
- หากเดินทางไปประเทศที่กำหนดให้มีประกันเพื่อขอวีซ่า ควรตรวจสอบว่าวงเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศนั้น
การเลือกวงเงินให้เหมาะสมตั้งแต่แรก ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อเกิดเหตุแุกเฉินระหว่างเดินทาง
ตรวจสอบความคุ้มครองเที่ยวบินและสัมภาระ
นอกจากค่ารักษาพยาบาลแล้ว ควมคุ้มครองเกี่ยวกับเที่ยวบินและสัมภาระก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะปัญหาอย่างเที่ยวบินล่าช้า กระเป๋ามาถึงช้า หรือสัมภาระสูญหาย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสายการบิน ก่อนซื้อประกัน ควรเช็กว่าแผนที่เลือกครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้หรือไม่
- เที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิก
- พลาดเที่ยวบินต่อ
- กระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหาย
- กระเป๋าเดินทางล่าช้า และค่าซื้อของใช้จำเป็นระหว่างรอสัมภาระ
ยิ่งเดินทางหลายต่อหรือมีของใช้จำเป็นติดประเป๋า ความคุ้มครองส่วนนี้ ก็ยิ่งมีความสำคัญ
เช็กกิจกรรมที่ประกันครอบคลุม
หลายคนวางแผนไปดำน้ำ เล่นสกี ปีนเขา หรือกิจกรรมผจญภัยอื่น ๆ แต่ไม่ทราบว่าประกันเดินทางบางแผนไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ก่อนชำระเงิน ควรตรวจสอบรายละเอียดของกรรมธรรม์ว่า
- กิจกรรมที่วางแผนทำได้รับความคุ้มครองหรือไม่
- มีเงื่อนไขเรื่องระดับความลึก ความสูง หรือใบอนุญาตหรือไม่
- ต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่
การตรวจสอบล่วงหน้าจะช่วยป้องกันปัญหาการเคลมไม่ผ่านเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำกิจกรรม
เปรียบเทียบเบี้ยประกันกับวงเงินคุ้มครอง
ประกันที่เบี้ยถูกที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะบางแผนลดค่าเบี้ยด้วยการลดวงเงินคุ้มครองหรือยกเว้นความคุ้มครองบางรายการ ลองเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญของแต่ละแผน เช่น
| สิ่งที่ควรเปรียบเทียบ | ควรพิจารณา |
| วงเงินค่ารักษาพยาบาล | เพียงพอกับประเทศปลายทางหรือไม่ |
| ความคุ้มครองสัมภาระ | วงเงินชดเชยสูงสุดเท่าไร |
| เที่ยวบินล่าช้า | เริ่มชดเชยเมื่อดีเลย์กี่ชั่วโมง |
| ค่าเบี้ยประกัน | เหมาะสมกับความคุ้มครองที่ได้รับหรือไม่ |
| ความคุ้มครองเพิ่มเติม | เช่น ยกเลิกทริป ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือกิจกรรม Adventure |
การเปรียบเทียบหลายแผนก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองครบถ้วนโดยไม่ต้องจ่ายเกิดความจำเป็น
ดูเงื่อนไขการเคลมและช่องทางช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
เวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่มีประกัน แต่ต้องสามารถติดต่อบริษัทประกันได้ทันที และดำเนินการเคลมได้สะดวก ก่อนซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- มีศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่
- รองรับการติดต่อผ่านโทรศัพท์ แอปพลิเคชัน หรือ Line หรือไม่
- สามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่ายในโรงพยาบาลคู่สัญญาหรือไม่
- เอกสารที่ใช้เคลมมีอะไรบ้าง และใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหน
รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อเกิดเหตุจริง จะช่วยให้การขอความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการสำรองจ่ายหรือยื่นเคลมหลังเดินทางกลับประเทศไทย
เปรียบเทียบประกันเดินทางแต่ละประเภท
ประกันเดินทางมีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทเหมาะกับลักษณะการเดินทางที่แตกต่างกัน การเลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการเดินทางจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันและได้รับความคุ้มครองที่ตอบโจทย์มากกว่า
| ประเภทประกันเดินทาง | เหมาะกับใคร | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
| ประกันเดินทางรายเที่ยว (Single Trip) | ผู้ที่เดินทางปีละ 1-3 ครั้ง | จ่ายเฉพาะทริปที่เดินทาง ค่าเบี้ยไม่สูง | ต้องซื้อใหม่ทุกครั้งที่เดินทาง |
| ประกันเดินทางรายปี (Annual Multi-Trip) | ผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย เช่น มากกว่า 3-4 ครั้งต่อปี | ซื้อครั้งเดียว คุ้มครองหลายทริป ประหยัดกว่าซื้อรายเที่ยว | มีข้อจำกัดจำนวนวันต่อทริป เช่น 30-90 วัน |
| ประกันเดินทางในประเทศ | ผู้ที่ท่องเที่ยวหรือเดินทางภายในประเทศไทย | เบี้ยประกันเริ่มต้นหลักสิบถึงหลักร้อย คุ้มครองอุบัติเหตุและการเดินทาง | วงเงินค่ารักษาและความคุ้มครองอาจน้อยกว่าประกันต่างประเทศ |
| ประกันเดินทางต่างประเทศ | นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียน หรือผู้เดินทางไปต่างประเทศ | วงเงินค่ารักษาสูง ครอบคลุมเที่ยวบิน สัมภาระ และเหตุฉุกเฉิน | ควรเลือกวงเงินให้เหมาะกับประเทศปลายทาง |
| ประกันเดินทาง Schengen | ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าเชงเก้น | ผ่านเงื่อนไขการขอวีซ่า พร้อมวงเงินตามที่กำหนด | ต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง |
| ประกันเดินทางสำหรับกิจกรรม Adventure | ผู้ที่วางแผนดำน้ำ เล่นสกี ปีนเขา เซิร์ฟ หรือกิจกรรมผจญภัย | เพิ่มความคุ้มครองสำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง | เบี้ยประกันอาจสูงกว่าแผนทั่วไป และคุ้มครองเฉพาะกิจกรรมที่ระบุ |
ประกันเดินทางสำหรับประเทศที่ต้องใช้วีซ่า

ที่มาของภาพ: Freepik
สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศบางแห่ง ประกันเดินทางไม่ได้เป็นเพียงตัวเลือกเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ แต่เป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่า หากไม่มีกรมธรรม์ที่ตรงตามเงื่อนไข สถานทูจอาจไม่รับคำขอหรือขอเอกสารเพิ่มเติมได้ ดังนั้น ก่อนซื้อประกัน ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางให้ครบถ้วน
ประเทศที่กำหนดให้มีประกันเดินทาง
ประเทศที่กำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีประกันเดินทาง ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในยุโรป ตัวอย่างประเทศที่มักกำหนดให้มีประกันเดินทาง ได้แก่
- กลุ่มประเทศ Schengen เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน เบลเยียม ออสเตรีย โปรตุเกส และประเทศสมาชิกอื่น ๆ
- บางประเทศอาจกำหนดให้มีประกันเดินทางตามประเภทของวีซ่า เช่น วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าพำนักระยะยาว
แม้ว่าบางประเทศจะไม่ได้บังคับ แต่การมีประกันเดินทางก็ช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางได้อย่างมาก
วงเงินขั้นต่ำสำหรับการขอวีซ่า Schengen
ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นต้องมีประกันเดินทางที่เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศสมาชิก โดยทั่วไปควรมีคุณสมบัติดังนี้
| รายการ | ข้อกำหนดขั้นต่ำ |
| วงเงินค่ารักษาพยาบาล | ไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร |
| พื้นที่คุ้มครอง | ครอบคลุมทุกประเทศในกลุ่ม Schengen |
| ระยะเวลาคุ้มครอง | ครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศปลายทาง |
| ความคุ้มครอง | ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย การรักษาฉุกเฉิน และค่าลำเลียงหรือส่งกลับประเทศด้วยเหตุผลทางการแพทย์ |
แม้วงเงินขั้นต่ำจะอยู่ที่ 30,000 ยูโร แต่หลายบริษัทประกันในประเทศไทยมีแผนที่ให้วงเงินสูงกว่านี้ เพื่อเพิ่มความคุ้มครองและตอบโจทย์การเดินทางในหลายประเทศ
เอกสารที่ใช้ยื่นประกอบ
เมื่อซื้อประกันเดินทางสำหรับยื่นขอวีซ่า บริษัทประกันจะออกเอกสารรับรองความคุ้มครอง (Insurance Certificate) ซึ่งสามารถใช้ยื่นต่อสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าได้
โดยทั่วไป เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่
- กรมธรรม์หรือหนังสือรับรองประกันเดินทาง (Insurance Certificate)
- รายละเอียดความคุ้มครองและวงเงินประกัน
- เอกสารแสดงระยะเวลาคุ้มครองที่ตรงกับวันเดินทาง
- หลักฐานการชำระเบี้ยประกัน (ในกรณีที่สถานทูตกำหนด)
ก่อนยื่นขอวีซ่า ควรตรวจสอบว่าชื่อผู้เอาประกัน เลขที่หนังสือเดินทาง และวันเริ่ม-สิ้นสุดความคุ้มครองตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อป้องกันการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือทำให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าล่าช้า
เช็กลิสต์ก่อนซื้อประกันเดินทาง
ก่อนตัดสินใจซื้อประกันเดินทาง อย่าเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละแผนมีรายละเอียดและความคุ้มครองแตกต่างกัน การใช้เวลาเช็กข้อมูลสำคัญก่อนซื้อเพียงไม่กี่นาที จะช่วยเลือกแผนที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทาง และลดปัญหาเมื่อต้องเคลมประกันในภายหลัง
| รายการที่ควรตรวจสอบ | สิ่งที่ควรเช็ก |
| ประเทศปลายทาง | ตรวจสอบว่าประกันครอบคลุมประเทศที่เดินทาง และเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทางหรือไม่ โดยเฉพาะประเทศที่ต้องใช้วีซ่า |
| จำนวนวันเดินทาง | เลือกแผนให้ครอบคลุมตั้งแต่วันออกเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ หากเดินทางหลายครั้งต่อปี อาจพิจารณาแผนรายปี |
| กิจกรรมที่จะทำ | หากมีแผนดำน้ำ เล่นสกี ปีนเขา หรือกิจกรรม Adventure ควรเลือกแผนที่ครอบคลุมกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ |
| วงเงินค่ารักษาพยาบาล | เลือกวงเงินให้เหมาะกับประเทศปลายทาง โดยเฉพาะยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่นที่มีค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง |
| ความคุ้มครองสัมภาระ | ตรวจสอบวงเงินชดเชยกรณีกระเป๋าสูญหาย ล่าช้า หรือทรัพย์สินเสียหาย ว่าเพียงพอกับมูลค่าสิ่งของที่พกไปหรือไม่ |
| เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก | เช็กว่าประกันชดเชยกรณีเที่ยวบินดีเลย์ ยกเลิก หรือพลาดเที่ยวบินต่อหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหม |
| โรคประจำตัว | อ่านข้อยกเว้นของกรมธรรม์ให้ละเอียด เพราะบางแผนอาจไม่คุ้มครองโรคประจำตัวหรือภาวะที่เป็นอยู่ก่อนทำประกัน |
| ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน | เลือกบริษัทที่มีศูนย์ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์ แอปพลิเคชัน หรือ Line |
เคล็ดลับเพิ่มเติม: ก่อนกดซื้อ ลองเปรียบเทียบประกันอย่างน้อย 2-3 แผน โดยดูทั้งวงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และขั้นตอนการเคลม ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะค่าเบี้ยประกัน เพราะแผนที่ราคาสูงกว่าเพียงเล็กน้อย อาจให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ประกันเดินทางอาจเป็นค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยก่อนออกทริป แต่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า หรือสัมภาระสูญหาย การเลือกแผนประกันที่เหมาะกับประเทศปลายทาง ระยะเวลาเดินทาง และรูปแบบการเดินทางของคุณ จะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า ก่อนซื้อทุกครั้ง อย่าลืมเปรียบเทียบวงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเงื่อนไขการเคลม เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและอุ่นใจตั้งแต่ออกเดินทางจนกลับถึงบ้าน
อยากเที่ยวต่างประเทศแบบอุ่นใจ รู้ทริคและเคล็ดลับก่อนเดินทางไปกับบันทึกของเจ้าจืด
คำถามที่พบบ่อย
-
ประกันเดินทางจำเป็นไหม?
ประกันเดินทางไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับทุกประเทศ แต่แนะนำให้ทำ โดยเฉพาะการเดินทางต่างประเทศ เพราะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุ และเหตุไม่คาดคิดที่อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
-
ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก กระเป๋าเดินทางสูญหาย ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และการช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งนี้ ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันในแต่ละแผนประกัน
-
ควรซื้อประกันเดินทางล่วงหน้ากี่วัน?
ควรซื้อทันทีหลังจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะกรณียกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง หากแผนประกันมีความคุ้มครองในส่วนนี้
-
ประกันเดินทางรายเที่ยวกับรายปี ต่างกันอย่างไร?
ประกันเดินทางรายเที่ยวเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไม่บ่อย เพราะคุ้มครองเฉพาะทริปที่ระบุ ส่วนประกันเดินทางรายปีเหมาะกับผู้ที่เดินทางหลายครั้งต่อปี เนื่องจากซื้อครั้งเดียวและใช้ได้หลายทริป จึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
-
ประเทศไหนบ้างที่ต้องมีประกันเดินทาง?
ประเทศในกลุ่ม Schengen กำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซ่าต้องมีประกันเดินทางที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร ขณะที่บางประเทศอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามประเภทของวีซ่า
-
ซื้อประกันเดินทางวันเดินทางได้ไหม?
ได้ ตราบใดที่ยังไม่ออกเดินทางและบริษัทประกันเปิดรับการซื้อกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเวลาเริ่มคุ้มครองและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน












